วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ปาล์มน้ำมันพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ

ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่เข้ามาในประเทศไทยในลักษณะเชิงเศรษฐกิจเมื่อประมาณ30ปีที่ผ่านมานี่เองโดยครั้งแรกบริษัทเจียรวานิชได้นำไปปลูกที่อำเภอปลายพระยาจังหวัดกระบี่ ที่นำพันธุ์ปาล์มเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งในขณะนั้นประเทศมาเลเซียยังครองการส่งออกยางพาราเป็นอันดับหนึ่งของโลก อันดับสองได้แก่ราชอาณาจักรไทยและอันดับสามคือ อินโดนีเซีย ถอยหลังจากนั้นอีกประมาณห้าปีมาเลเซียครองอันดับหนึ่งในการผลิตปาล์มน้ำมัน ไทยครองอันดับหนึ่งส่งออกยางพารา ท่านสงสัยไหมครับว่าไทยเราเก่งอย่างไรในการขึ้นอันดับหนึ่งในการผลิตยางพาราและมาเลเซียเก่งอย่างไรในการครองอันดับหนึ่งผลิตน้ำมันปาล์ม ในวันนี้ปี พ.ศ.2552มาเลเซียผลิตพันธุ์ปาล์มที่ให้ผลผลิตสูงในระดับต้นๆของโลกในขณะที่ไทยยังต้องครำทางจากปากอุโมงค์ไปหาปลายทางที่แสงไฟริบหรี่ในสภาพเศรษฐกิจที่วิกฤติขาดการวางแผนระยะยาวในการแก้ปัญหา
ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศได้หากมีการจัดการที่ดีพอ และมีเหตุมีผลในสภาวการณ์ที่กลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน
1 สถานที่แห่งใดที่ปลูกยางพาราและสะตอได้ สถานที่แห่งนั้นปลูกปาล์มน้ำมันได้ ปาล์มน้ำมันต้องการปริมาณน้ำฝนประมาณ 900-1500 มิลลิเมตรต่อปี และต้องมีความชื้นในอากาศค่อนข้างสูง(ฝนตกตลอดปีและเว้นช่วงตกติดต่อกันไม่เกิน3เดือน)
2 พันธุ์ปาล์มน้ำมันจะต้องเป็นพันธุ์ที่เหมาะสมและสอดคร้องกับภูมิประเทศและภูมิอากาศในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งจะต้องเร่งลงทุนและพัฒนาสายพันธุ์อย่างเร่งด่วน
3 ปาล์มน้ำมันในมาเลเซียให้ผลผลิตประมาณ3-5ตัน (ค่าเฉลี่ย 3ตัน)ต่อไร่ ต่อปี และมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันอยู่ที่ 28 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ไทยผลิตประมาณ2.5-3.5ตัน (ค่าเฉลี่ย 2.7ตัน)ต่อไร่ ต่อปี และมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันอยู่ที่ 17 เปอร์เซ็นต์
4 ระบบการจัดการพื้นที่ การใช้พื้นที่ และระบบการเงินร่วมกันในรูปสหกรณ์
5 ระบบการรับซื้อ การประกันความเสี่ยงรายได้
6 ระบบการแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์














































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น